กกต.เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 ปากสู้คดีคิวบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยันทำการเลือกตั้งเป็นความลับตลอดไปได้ เมินดราม่าพยานมีประวัติฉาว ชี้เน้นความเห็นทางกฎหมายไม่ใช่พฤติกรรม
วันนี้( 24 เม.ย.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญในคดีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสส. ว่า กกต. ได้ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้จะขอขยายระยะเวลากับศาลรัฐธรรมนูญออกไปอีก 15 วัน แต่ทาง กกต. สามารถดำเนินการส่งได้ก่อนกำหนด แต่ในส่วนของบัญชีพยานนั้น คาดว่าจะมีการส่งรายชื่ออย่างเป็นทางการต่อศาลในสัปดาห์หน้า ซึ่งเบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 11 ท่านตามที่เป็นข่าว
ส่วนที่พยานรายหนึ่งของกกต.มีประวัติส่วนตัวถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น นายแสวง ยอมรับว่าทางสำนักงานฯ ได้ทาบทามบุคคลดังกล่าวมาเป็นพยานจริง เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ย้ำว่าพยานปากนี้เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ที่กกต.ขอให้มาให้ความเห็นในทางข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่พยานที่มาให้การเรื่องพฤติกรรม ซึ่งตามวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะมุ่งเน้นที่ประเด็นข้อกฎหมายเป็นสำคัญ ความน่าเชื่อถือของพยานจึงอยู่ที่ความถูกต้องของความเห็นทางกฎหมาย
“เราไม่พิจารณาเรื่องพฤติกรรมส่วนตัว แต่เราสนใจความเห็นทางกฎหมาย ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน และในอดีตพยานท่านนี้เคยเป็นทนายความให้กับสว.สำรองในคดีที่ฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ แต่เราก็ยังขอให้ท่านมาเป็นพยานในคดีนี้เพราะความเชี่ยวชาญ”
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพยานคนดังกล่าวขอถอนตัวนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม พยานสามารถส่งความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับฟังพยานหรือให้มาปรากฏตัวหรือไม่ อย่างไรก็ก็ตามในแนวทางการต่อสู้คดี กกต. ไม่มีความกังวลใจ เราจะมุ่งเน้นการอธิบายถึงโครงสร้างและกระบวนการเลือกตั้งว่าเป็นความลับ ทั้งในระหว่างการลงคะแนนและการเก็บรักษาบัตรที่เราสู้คดีคือมันลับตลอดไป ไม่สามารถสืบย้อนไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ เพื่อยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย






