ปปง. แจงคดีแพ่ง “ธัมมชโย” สิ้นสุดแล้ว นำทรัพย์ให้ สหกรณ์ฯ คลองจั่น เฉลี่ยคืนผู้เสียหาย แย้มทรัพย์สินบางรายการอยู่ระหว่างขายทอดตลาด ด้าน “ดีเอสไอ” สั่งยุติคดีขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
วันนี้ (27 มี.ค.) ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยกรณี ดีเอสไอ ยุติดำเนินคดี ฟอกเงิน-รับของโจร “ธัมมชโย” เหตุหมดอายุความ กรณีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้กองบริหารคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมและรายงานข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด สำหรับการสั่งยุติดำเนินคดีจะเร่งตรวจสอบตามเอกสารหรือหนังสือที่ได้ส่งไปยังพนักงานอัยการและหนังสือตอบกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อนำมาพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและสรุปผลอย่างชัดเจน
“ส่วนจำนวนคดีพระธัมมชโย ในดีเอสไอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน เพราะมีคดีมูลฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และคดีที่เกี่ยวกับการรับโอนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก นอกจากนี้ ยังมีคดีฟอกเงินทางแพ่ง ซึ่งสำนวนอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมเป็น 3 ส่วนสำคัญ เมื่อรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะจัดทำเอกสารข่าวเพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อไป”
แหล่งข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ทาง ปปง. ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินในคดีแพ่ง จำนวนกว่า 1,400 ล้านบาท และศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินเพื่อนำเงินมาคืนให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำไปเฉลี่ยคืนสมาชิกหรือผู้เสียหายต่อไป แต่ยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น สถานปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัด รวมถึงอาคารลูกโลก ภายในวัดพระธรรมกาย ที่อยู่ระหว่างการขายทอดตลาด อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งยุติการดำเนินคดีนั้นไม่มีผลต่อทางคดีแพ่ง เพราะทุกอย่างสิ้นสุดกระบวนการแล้ว






