อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ออกโรงฟาดแรงใส่บริษัท PSL หลังเรือ “มยุรี นารี” ถูก IRGC อิหร่านโจมตีกลางช่องแคบฮอร์มุซ ชี้ชัดบริษัทรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นพื้นที่อันตรายแต่ยังดึงดันแล่นผ่าน ห่วงผลประโยชน์เอกชนที่มุ่งแต่จะพยุงราคาหุ้นและเคลมประกัน กำลังกลายเป็นภาระทางการทูตมหาศาล และสุ่มเสี่ยงทำให้ไทยต้องเสียสมดุลความสัมพันธ์ 400 ปีในสปอตไลท์สงครามระดับโลก
จากกรณี “มยุรี นารี” ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ หลังได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อเวลาประมาณ 08.15 นาฬิกา (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยลูกเรือ 20 รายได้รับการอพยพออกมาอย่างปลอดภัยขึ้นฝั่งที่ประเทศโอมาน ส่วนอีก 3 รายยังสูญหาย อย่างไรก็ตาม ทางกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อิหร่าน ออกมายอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือ 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเรือมยุรี นารี ไม่ฟังคำเตือน ดึงดันที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย
ล่าสุด วันนี้ (13 มี.ค.) อัจฉราวดี วงศ์สกล หรือที่รู้จักในชื่อ อาจารย์อ้อย เป็นวิปัสสนาจารย์และประธาน มูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ชี้ บริษัท PSL ฝ่าฝืนคำเตือนถึง 65 ครั้ง เพื่อล่องเรือผ่านพื้นที่สงคราม แม้จะทราบดีว่าเป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูง จนเกิดเหตุการณ์ที่ดึงประเทศไทยเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระดับภูมิภาค ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“พูดภาษาชาวบ้านคือ “ก็เขากำลังรบกันอยู่ เตือนห้ามผ่านน่านน้ำถึง 65 ครั้ง แล้วฝืนฝ่าเข้าไปทำไม?”
.
ผลประโยชน์ของบริษัทเอกชน กลายเป็นภาระทางการทูตของชาติ และสุ่มเสี่ยงทำให้ไทยถูกมองว่าเลือกข้างในสงคราม
บริษัท PSL เจ้าของเรือ MAYUREE NAREE ออกแถลงการณ์ต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่มีคำแถลงต่อรัฐบาลไทย ถึงเหตุผลที่ฝ่าเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ที่กลายเป็นประเด็นระดับชาติ
.
ในคำแถลงต่อตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) ของบริษัท PSL มีนายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ลงนาม บรรทัดหนึ่งกล่าวว่า
“ก่อนการแล่นเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เรือมยุรี นารี ได้ดําเนินมาตรการป้องกันความปลอดภัยในระดับที่เข้มงวดอย่างมาก”
ซึ่งบอกให้รู้ว่า บริษัทรู้ว่าเป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูง ( High Risk Area : HRA) แต่ก็ยังดึงดันฝ่าไป จนทำให้ไทยมาอยู่ในสปอตไลท์ของความขัดแย้งระดับภูมิภาค
..
ช่วงท้ายมีการพูดถึงว่า ไม่กระทบทางการเงินเพราะมีประกัน ซึ่งเป็นลักษณะของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่เมื่อมีเหตุการณ์ที่น่าวิตกกังวล ต้องรีบแถลงต่อตลาดเพื่อปกป้องไม่ให้ราคาหุ้นตก
..
ก่อนเกิดเหตุในวันที่ 11 มีนาคม 2569 ราคาหุ้นของ PSL มีการซื้อขายอยู่ที่ราวๆ 7.50 บาท ในวันเกิดเหตุหุ้นตกลงมาระหว่างวันกว่า 7% ในวันเดียวปิดที่ประมาณ 6.95 บาท โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า มูลค่าบริษัทเสียหายไปประมาณ 900 ล้านบาท
เมื่อบริษัทชี้แจงว่ามีประกันภัยสงคราม ราคาหุ้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 7.25 – 7.35 บาทต่อหุ้น
..
**รัฐบาลระวังอย่าเดินนโยบายทางการทูตผิดพลาด จนกระทบต่อความสัมพันธ์ 400 ปีของสองประเทศ โดยไม่กล่าวถึงการไม่ตระหนักถึงคำเตือนในภาวะสงครามของบริษัท PSL
..
เอกชนที่ทำการค้าระหว่างประเทศ ต้องไม่คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ทางการดำเนินงาน โดยขาดการตระหนักถึงความเสียหายต่อประเทศ ที่หากมีขึ้น ระดับความเสียหาย ไม่อาจประเมินเป็นตัวเงินได้






