More

Social Media

Saturday, July 20, 2024

ศาลสูงสุดญี่ปุ่นตัดสินให้รัฐบาลจ่ายชดเชยคนพิการเหยื่อกฎหมาย ‘บังคับทำหมัน’

ศาลสูงสุดญี่ปุ่นตัดสินให้รัฐบาลจ่ายชดเชยคนพิการเหยื่อกฎหมาย ‘บังคับทำหมัน’

ศาลสูงสุดญี่ปุ่นมีคำพิพากษาวานนี้ (3 ก.ค.) ให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยเยียวยาอย่างเหมาะสมต่อผู้พิการหลายสิบคนที่ถูกบังคับทำหมันภายใต้กฎหมายปกป้องสุพันธุกรรม (Eugenics Protection Law) ซึ่งศาลได้ตัดสินแล้วว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ทนายของกลุ่มผู้พิการที่ตกเป็นเหยื่อระบุว่า ชาวญี่ปุ่นประมาณ 25,000 คน ถูกบังคับทำหมันโดยไม่สมัครใจระหว่างช่วงทศวรรษ 1950-1970 สืบเนื่องจากกฎหมายปกป้องสุพันธุกรรมซึ่งมุ่ง “ป้องกันการกำเนิดของลูกหลานที่ด้อยคุณภาพ”

ทีมทนายระบุด้วยว่า “นี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม”

ศาลสูงสุดญี่ปุ่นมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมายปกป้องสุพันธุกรรมซึ่งออกเมื่อปี 1948 “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” และปฏิเสธข้อโต้แย้งของรัฐบาลที่อ้างเรื่องอายุความ 20 ปีเป็นเหตุให้ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยเยียวยาแก่คนกลุ่มนี้

คำพิพากษาของศาลวานนี้ (3) เกี่ยวพันกับโจทก์ 11 คนในจำนวน 39 คนที่พยายามต่อสู้ในศาลชั้นต้นทั่วญี่ปุ่น เพื่อทำให้เรื่องนี้ขึ้นไปถึงศาลสูงสุดให้ได้

กลุ่มโจทก์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พิการนั่งวีลแชร์ต่างชูป้าย “ขอบคุณ” และ “ชัยชนะ” ที่ด้านนอกศาลสูงสุดในกรุงโตเกียว

“ผมดีใจสุดๆ เลย และคิดว่าถ้าสู้เพียงลำพังก็คงไม่สำเร็จ” เหยื่อวัย 81 ปีที่ใช้นามแฝงว่า ซาบุโระ คิตะ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

คิตะ เล่าว่า เขาถูกบังคับทำหมันเมื่อปี 1957 ขณะอายุเพียงแค่ 14 ปี และอาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า

เขาตัดสินใจบอก “ความลับ” นี้กับภรรยาก่อนที่เธอจะเสียชีวิตลงเมื่อไม่กี่ปีแล้ว โดยสารภาพว่าตนเองก็คือสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถมีลูกได้

ผู้พิพากษา ซาบุโร โทคุระ ระบุในคำพิพากษาว่า การผ่าตัดทำหมันผู้พิการเหล่านี้ “ถูกกระทำโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร” และเป็นการเลือกปฏิบัติต่อฝ่ายโจทก์ เพียงเพราะพวกเขาเป็นผู้พิการ

ศาลยังชี้ด้วยว่า นี่เป็นการละเมิดศักดิ์ศรีของเหยื่อ และการที่รัฐบาลญี่ปุ่นปล่อยให้เกิดการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนี้มานานถึง 48 ปีถือเป็น “เรื่องร้ายแรง”

ย้อนไปเมื่อปี 2019 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตอบสนองคำสั่งของศาลชั้นต้นหลายแห่งที่สั่งให้ภาครัฐต้องรับผิดชอบ โดยเสนอมอบเงินเยียวยาครั้งเดียว 3.3 ล้านเยนให้แก่โจทก์ทุกราย

อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยวานนี้ (3) ว่า วงเงินดังกล่าว “น้อยเกินไป”

นายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ ได้ออกมาแสดงความ “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อเหยื่อผู้พิการเหล่านี้ และหวังว่าจะมีโอกาสได้พบพวกเขาเพื่อเอ่ยคำขอโทษต่อหน้า

เขายังรับปากว่ารัฐบาลจะพิจารณาจัดสรรวงเงินชดเชยใหม่ที่เหมาะสม

“กฎหมายปกป้องสุพันธุกรรมสร้างสังคมที่มองคนพิการเป็นประชากรที่ด้อยกว่า เราขอเรียกร้องให้สังคมช่วยกันสนับสนุนความพยายามขจัดอคติและการแบ่งแยกกีดกันเหล่านี้” โคจิ นีซาโตะ และทาเคฮิโกะ นิชิมุระ ทีมทนายความของกลุ่มผู้พิการ ระบุในถ้อยแถลง

นอกจากคนพิการแล้ว ยังมีผู้ป่วยโรคเรื้อน (leprosy) อีกราว 10,000 คนที่ถูกบังคับทำหมันระหว่างอยู่ในสถานที่กักกัน กระทั่งในปี 1996 ที่ญี่ปุ่นยกเลิกกฎหมายป้องกันโรคเรื้อน จึงทำให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ยังมีชาวญี่ปุ่นอีกมากกว่า 8,000 คนที่รัฐระบุว่า “เต็มใจ” เข้ารับการทำหมัน ขณะที่ผู้หญิงอีกเกือบ 60,000 คนถูกบังคับทำแท้งเนื่องจากมีโรคทางพันธุกรรม

เดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ศาลสูงสุดญี่ปุ่นก็มีคำพิพากษาว่า กฎหมายบังคับคนข้ามเพศให้ทำหมันเพื่อที่จะเปลี่ยนเพศในเอกสารของทางการเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นับเป็นหมุดหมายที่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนชี้ว่าสะท้อนการยอมรับ LGBTQ+ มากขึ้นในสังคมญี่ปุ่น

ที่มา : AP

thainews #Page3News

I am the CEO founder of Page3news worldwide & Page3news foundation. Believe in simple living & high thinking.
Page3news is the first multilingual worldwide newspaper based in Thailand and is making news touch the truth without any fear, without any pressure.

Mr King (Parvinder Singh)
Founder & CEO - Page3News Worldwide
&
Dr. Monruedee Sommart
Co-Founder Page3news Worldwide

Email : [email protected]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *