More

Social Media

Friday, July 12, 2024

“บิ๊กหลวง” แถลงยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด 2,000 ล้านบาท ชวนผู้หวังดีเเจ้งเบาะแสรับเงินนำจับ 5%

“บิ๊กหลวง” แถลงยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด 2,000 ล้านบาท ชวนผู้หวังดีเเจ้งเบาะแสรับเงินนำจับ 5%

เลขาฯ ป.ป.ส. แถลงผลงานยึดทรัพย์นักค้ายาเสพติดรายสำคัญ 2,000 ล้าน ตัดวงจรยาเสพติด เชิญชวนประชาชนแจ้งเบาะแสนำจับรับเงินรางวัล 5% ของทรัพย์ที่ยึดได้

วันนี้ (20 มิ.ย.) ณ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และ นายไพศาล กันทะเตียน ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ครั้งที่ 12/2567 ยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญกว่า 2,000 ล้านบาท

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ครั้งที่ 12/2567 ซึ่งมีท่านปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นฝ่ายเลขานุการ ในวาระที่ 4 ที่ประชุมมีการพิจารณาคดีตรวจสอบทรัพย์สินจำนวน 81 คดี มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 2,185 ล้านบาท โดย 78 คดี เป็นการตรวจสอบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งในขั้นตอนต่อไปจะส่งสำนวนคดีไปยังพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลพิจารณาต่อไป

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวอีกว่า ในครั้งนี้ มี 3 คดี ซึ่งเป็นเครือข่ายรายสำคัญ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ก.พ.64 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จับกุม นายธีนพันธ์ (สงวนนามสกุล) พร้อมพวก 2 คน ของกลางยาเสพติด (เฮโรอีน) จำนวน 1, 000 แท่ง น้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม ณ บริเวณด่านควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 บ้านนาหวายใหม่ อ.บ้านหลวง จ.น่าน และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านหลวง จ.น่าน ดำเนินคดี ซึ่งจากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานพบกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวมีผู้ร่วมกระทำความผิดแบ่งหน้าที่กันทำ ดังนี้ 1.กลุ่มเจ้าของยาเสพติด 2. กลุ่มผู้ประสานงานระหว่างเจ้าของยาเสพติดและกลุ่มเครือข่าย 3.กลุ่มลำเลียงยาเสพติด 4.กลุ่มนายทุนและกลุ่มฟอก 5. กลุ่มกรรมการบริษัทหรือผู้ถือหุ้น นำไปสู่การตรวจยึดอายัดทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว พบความผิดปกติของกลุ่มนายทุนและกลุ่มฟอกเงินที่มียอดเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2564 พบมีมากกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้จากการประกอบอาชีพ หรือการประกอบธุรกิจในนามบริษัทของกลุ่มผู้ต้องหาที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล เพื่ออำพรางว่ามีการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นการฟอกเงินที่ได้จากยาเสพติด

“อีกทั้ง ยังมีการนำเอาบัญชีลูกจ้างชาวเมียนมาของบริษัท มาใช้ทำธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานดังกล่าวแล้ว จึงเชื่อได้ว่าทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่ายเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่หรือได้มาเกินกว่าฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพอื่นใดโดยสุจริตและเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด”

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ระบุว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน มีคำวินิจฉัย และมีมติให้ยึดอายัดทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่ายนี้ 3 คดี ประกอบด้วย คดีที่ 1. น.ส.เขมิกา (สงวนนามสกุล) และผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ราย ทรัพย์สิน 45 รายการ มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท , คดีที่ 2. นางตง เฉิน (หลบหนี) กลุ่มนายทุนฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติด และผู้ที่เกี่ยวข้อง 1 ราย ทรัพย์สิน 24 รายการ มูลค่าประมาณ 527 ล้านบาท และ คดีที่ 3. น.ส.ณัฐพัชร์ หรือ นางผิง เฉิน (หลบหนี) กลุ่มนายทุน (ฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติด) และผู้เกี่ยวข้อง 3 ราย ทรัพย์สิน 809 รายการ มูลค่าประมาณ 1,485 ล้านบาท รวมทรัพย์สิน 878 รายการ แบ่งเป็น เงินสด 29 ล้านบาท เงินฝาก 1,193 ล้านบาท อสังหาริมทรัพย์ 191 ล้านบาท และอื่นๆ อาทิ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ ยานพาหนะ 608 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งหมด 2,022 ล้านบาท

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวเสริมว่า การดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินในกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตราการฯ พ.ศ. 2534 และตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กรณีถ้ามีผู้แจ้งเบาะแส จะได้รับเงินสินบน 5% ยกตัวอย่างกรณียึดทรัพย์ 2,022 ล้านบาท จะได้เงินรางวัลประมาณ 101 ล้านบาท เป็นต้น

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวปิดท้ายว่า ส่วนคนทำคดีตั้งแต่ต้นผู้จับกุมจนถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง จะได้ส่วนแบ่งเงินรางวัล 25% ซึ่งกฎหมายฉบับใหม่จะดำเนินคดีได้เร็วขึ้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด ด้วยการชี้เบาะแสเกี่ยวกับทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่าย หรือนักค้ายาเสพติดมายัง สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งหลังจากคดีสิ้นสุดทรัพย์สินตกเป็นของกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดแล้ว ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินสินบนร้อยละ 5

thainews #Page3News

I am the CEO founder of Page3news worldwide & Page3news foundation. Believe in simple living & high thinking.
Page3news is the first multilingual worldwide newspaper based in Thailand and is making news touch the truth without any fear, without any pressure.

Mr King (Parvinder Singh)
Founder & CEO - Page3News Worldwide
&
Dr. Monruedee Sommart
Co-Founder Page3news Worldwide

Email : [email protected]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *