More

Social Media

Friday, July 19, 2024

ป.บุกยึดอุปกรณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์มากสุดเป็นประวัติการณ์ เผยโทรหาเหยื่อได้นับล้านคนต่อวัน

ป.บุกยึดอุปกรณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์มากสุดเป็นประวัติการณ์ เผยโทรหาเหยื่อได้นับล้านคนต่อวัน

ตำรวจกองปราบร่วมกรมศุลกากร เปิดปฏิบัติการตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดซิมบอกซ์ 102 เครื่อง – สตาร์ลิ้ง 134 เครื่อง พร้อมซิมการ์ดประเทศต่างๆ กว่า 5 หมื่นชิ้น มากสุดเป็นประวัติการณ์ เผยหากนำไปติดตั้งสามารถโทรหาเหยื่อได้วันละนับล้านคน

วันนี้ ( 31 พ.ค. ) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ,พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจากเครือ รอง ผกก.4 บก.ป. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากรพร้อมด้วยตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงาน กสทช. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายจุดตั้ง Simbox และ STARLINK ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ทั่วประเทศสามารถจับกุมผู้ต้องหา 7 ราย แบ่งเป็น ชาวเวียดนาม 3 ราย และ ชาวเมียนมาอีก 4 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นเครื่อง Simbox 102 เครื่อง , เครื่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านระบบดาวเทียม หรือ Starlink 134 เครื่อง , ซิมการ์ดเกือบ 50,000 ชิ้น , พร้อมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอีกหลายรายการ

โดยเป้าหมายสำคัญจุดแรกอยู่ที่โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ไผ่ต่ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังสืบทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งผลการเข้าตรวจค้นพบอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ จำนวน 6 เครื่อง เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและกล้องวงจรปิด พร้อมควบคุมตัวชายชาวเวียดนามได้ 3 คน 1 ใน 3 อ้างว่าเป็นผู้จัดหาห้องเช่าและขอติดตั้งอินเตอร์เน็ตตามจุดต่าง ๆ ซึ่งได้รับว่าจ้างจากบุคคลอื่น ส่วนอีก 2 คนอ้างว่าเป็นเพียงแค่ลูกจ้าง ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. ได้ร่วมกับ กรมศุลกากร กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดทั่วประเทศก่อนสามารถตรวจยึดเครื่อง STARLINK จำนวน 4 เครื่อง อุปกรณ์ Sim box หรือ GSM Gateway 96 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 18 เครื่อง

​​จอแสดงผล 24 เครื่อง ซิมการ์ดต่างประเทศ (ฮ่องกง) จำนวนประมาณ 27,019 ชิ้น ซิมการ์ดประเทศไทย จำนวน 6,770 ชิ้น หลังก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งว่า มีการนำเข้าเครื่อง STARLINK จำนวน 21 เครื่อง และซิมการ์ดจำนวนหลายหมื่นชิ้น เข้ามาภายในประเทศ ต้องสงสัยว่าอาจจะถูกนำไปใช้ใน การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัยจนนำมาซึ่งการตรวจยึดของกลางได้ดังกล่าว

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. ยังได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย เป็นบ้านพักในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ขยายสัญญาณ,อุปกรณ์ต่อพ่วงเครื่องมือรับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต วิทยุสื่อสารเครือข่ายข้าราชการ กว่า 30 เครื่อง กุญแจมือดีกว่า 50 อัน พร้อมคุมตัวชาวเมียนมาจำนวน 4 คน ได้ในบ้านพักจากการสอบปากคำ ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าของดังกล่าวเตรียมถูกส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้ในฐานของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ใช้ประเทศไทยเป็นฮับในการสั่งของและขนส่งอุปกรณ์ ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการการจับกุม Simbox ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย หากใช้งานเต็มระบบสามารถโทรพร้อมกันได้ 32,00 เบอร์ในเสี้ยววินาที หรือวันหนึ่งได้นับล้านเบอร์และโทรได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ เชื่อว่าฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามเจรจากับโอเปอเรเตอร์ในการยกเลิกการส่งสัญญาณหรือลากสายไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้กลุ่มคอลเซ็นเตอร์หันมาใช้ Starlink ซึ่งเป็นระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมทดแทน แต่ต้องใช้จำนวนหลายเครื่องเพื่อให้สัญญาณเกิดความเสถียร

ด้าน นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ตามนโยบายของ รัฐบาลและนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กับศุลกากรมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสิ่งของนำเข้ามาในประเทศที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงโดยกรมศุลกากรได้ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อตรวจสอบสินค้าที่นำเข้าประเทศไทย อย่างละเอียดแม้จะเป็นสินค้าที่ไม่ผิดกฎหมาย เช่น ซิมการ์ด เเต่เมื่อในกรณีดังกล่าว มีการตรวจพบการนำเข้าซิมการ์ดที่มีจำนวนมาก และมีชื่อผู้รับผู้ส่งและปลายทางบริเวณตะเข็บชายแดนของประเทศไทยจึงได้มีการประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเข้ามาตรวจสอบจึงเกิดการจับกุมและขยายผลต่อไป

thainews #Page3News

I am the CEO founder of Page3news worldwide & Page3news foundation. Believe in simple living & high thinking.
Page3news is the first multilingual worldwide newspaper based in Thailand and is making news touch the truth without any fear, without any pressure.

Mr King (Parvinder Singh)
Founder & CEO - Page3News Worldwide
&
Dr. Monruedee Sommart
Co-Founder Page3news Worldwide

Email : [email protected]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *